การบ้านของหนู หรือของใคร

การบ้าน การบ้าน การบ้าน ทำไมมันเยอะแยะไปหมด น่าจะเป็นเรื่องคุ้นเคยกันดีสำหรับพ่อแม่ของเด็กวัยประถม ที่เดี๋ยวนี้หลักสูตรการเรียนพัฒนากันไปจนพ่อแม่อย่างเราๆ สับสนเพราะต่างกันลิบลับกับรุ่นของเราๆ 

พอลูกงงๆ กับการบ้าน คนเป็นพ่อเป็นแม่ ก็ยิ่งไม่รู้จะอธิบายกันยังไง สอนกันไป สอนกันมา แทนที่จะสอนทำการบ้าน ก็เลยลงเอยด้วยการช่วยลูกทำการบ้านซะเอง เป็นการตัดปัญหา และเพื่อจะได้มีการบ้านให้ลูกส่งทันเวลา พอหลังๆ ก็เลยช่วยกันทำทั้งพ่อ ทั้งแม่ ทั้งลูก 

แต่คราวนี้มันจะมีปัญหาตรงที่ว่า การบ้านของลูกเกิดผิดขึ้นมา แย่ละ ลูกก็มาโทษเราว่า พ่อกับแม่สอนยังไง ทำไมการบ้านมันผิด พ่อกับแม่ก็งงสิ ก็สมัยของเรามันตอบแบบนี้นี่หว่า จะหาคำตอบยังไงให้ลูก ก็เลยมาลงกับครูว่า เอ๊ะ ทำไมการบ้านถึงผิด ต้องตอบแบบนี้สิ ก็สมัยของชั้นมันเรียนกันแบบนี้นี่ ทำไมไม่ตอบแบบนี้ล่ะ คุณครูก็ต้องมานั่งอธิบายว่า เดี๋ยวนี้มันสอนกันคนละแบบ คำตอบก็เลยเป็นคนละอย่าง 

ที่จริง การจะทำการบ้าน หรือทำงานอะไร เราก็ต้องรู้ว่าโจทย์ต้องการคำตอบอะไร และคำตอบก็ควรจะอยู่ในสิ่งที่เรียน ถ้าพ่อแม่นั่งเรียนกับลูกด้วย ก็คงจะทำได้สบายๆ แต่ทีนี้ พ่อแม่ไม่ได้นั่งเรียนด้วยกับลูก สิ่งที่ลูกเรียนกับสิ่งที่พ่อแม่รู้ กลายเป็นคนละเรื่องเดียวกัน ก็เลยสับสนทั้งเด็ก และผู้ใหญ่ ไปๆ มาๆ ก็มาลงที่คนสอนซะงั้น

แล้วที่ถูกควรจะเป็นอย่างไร คือถ้าเด็กทำการบ้านไม่ได้ สิ่งที่พ่อแม่จะช่วยได้ก็คือ ให้เด็กทบทวนสิ่งที่เรียนมาก่อน ว่าคุณครูสอนอะไร อย่างไร แล้วค่อยๆหาคำตอบจากสิ่งที่เรียน อาจจะใช้เวลาบ้าง แต่คิดเสียว่าเพื่อสร้างความเข้าใจให้ลูก ดีกว่าเราไปหาคำตอบมาป้อนให้ลูก สุดท้ายก็ไม่ใช่สิ่งที่เรียน พ่อแม่ก็หน้าแตกหมอไม่รับเย็บกันไป 

ทีนี้เราก็รู้แล้วสินะว่า ทำไมเมื่อก่อนเวลาลูกสอบได้คะแนนไม่ดี พ่อแม่สมัยก่อนก็จะตำหนิเด็กว่าเรียนประสาอะไร ทำไมสอบไม่ได้ แต่เดี๋ยวนี้จะกลายเป็นพ่อแม่จะไปหาคุณครูว่า สอนประสาอะไรทำไมลูกชั้นถึงสอบไม่ได้ แหม ก็คนทำการบ้าน เอ๊ย..สอนการบ้านก็เป็นพ่อเป็นแม่เองนั่นแหละ จะให้โทษตัวเองก็ยังไงๆ อยู่ ชิมิ

Last modified onThursday, 23 July 2015 13:52
(1 Vote)
Read 2113 times
Tagged under :