เตรียมตัว เข้าโรงเรียน

เผลอแป๊ปเดียวมามิก็จะจบชั้นอนุบาล 3 จะขึ้น ประถม 1 ส่วนโมโม่ก็กำลังจะเข้าอนุบาล 1 เวลามันผ่านไปเร็วจริงๆ ยังรู้สึกว่าเพิ่งส่งมามิเข้าอนุบาล 1 ไปเมื่อเร็วๆ นี้เอง ตอนนี้กลายเป็นต้องส่งโมโม่เข้าอนุบาล 1 แทนซะแล้ว 

ช่วงนี้เลยต้องปรับตัวโมโม่ให้เริ่มคุ้นชินกับการต้องอยู่ในวินัย และให้โมโม่ทำอะไรด้วยตัวเองมากขึ้น แต่ก็ชักจะลืมๆ ไปบ้างแล้วว่า ตอนเตรียมตัวให้มามิทำอย่างไรบ้าง เลยต้องมานั่งรือฟื้นความจำกันซักหน่อย

มาเตรียมพร้อมให้โมโม่

อย่างแรกที่เตรียมตัวก็คือการเข้าห้องน้ำ เวลาปวดฉี่ ต้องบอกได้ อาจจะเข้าเองยังไม่ค่อยถนัด แต่ต้องบอกได้ คุณครูจะได้พาเข้าห้องน้ำได้ ซึ่งโมโม่ก็ทำได้บ้างไม่ได้บ้าง ยิ่งเวลาใส่กางเกงใน โมโม่ชอบคิดว่าเป็นผ้าอ้อม ก็เลยฉี่ซะ ไม่บอกไม่กล่าวกันเลย

อย่างที่สองคือ ต้องอยู่กับเพื่อนและคนอื่นๆ ซึ่งมามิทำได้ดี เพราะต้องพามามิไปทำงานในที่ต่างๆ ได้พบกับคนหลากหลาย ที้งผู้ใหญ่ เด็กวัยเดียวกัน วัยโตกว่า และอื่นๆ ก็เลยไม่มีปัญหาอะไร ส่วนโมโม่ก็ยังพอไหว เพียงแต่จะเข้าไปยืนนิ่งๆ จนกว่าเด็กคนอื่นจะมาเล่นด้วย แต่ถ้าเป็นผู้ใหญ่บางครั้งก็มีปฏิเสธบ้าง วิ่งหนีบ้าง หรือหนักเข้าก็กรี๊ดเลย ต้องปรับตัวอีกเยอะเลยนะ

ต่อไปก็คือความรู้ทั่วไป อย่างเรื่องสี เรื่องทิศทางซ้ายขวา หน้าหลัง บนล่าง และรูปทรงต่างๆ ใหญ่เล็ก สั้นยาว ส่ิงเหล่านี้มีความสำคัญในการสื่อสารกับคนอื่นๆ ในเรื่องของการอธิบายส่ิงของต่างๆ หรือเรื่องราวรอบๆ ตัว ตัวมามิเองไม่มีปัญหาอะไร สามารถบอกได้อย่างดี ก้าวหน้าไปถึงขั้นท่อง ก-ฮ a-z รูปทรงต่างๆ ทั้งภาษาไทย อังกฤษ แต่โมโม่นี่ ต้องยอมรับเลยว่าไม่ค่อยได้สอนอะไร แต่ก็พอได้บ้าง เรื่องสี เรื่องรูปทรง  a-z แต่ไม่ค่อยคล่องเท่ามามิ ก็ถือว่ายังพอผ่านนะ (คิดเข้าข้างตัวเองนิดๆ)

ด่านต่อไปคือเรื่องการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก การหยิบจับช้อน จับดินสอ การวาดการเขียน เรื่องพวกนี้อย่าคิดว่าไม่สำคัญนะ เพราะเป็นเรื่องแรกๆ เลยที่คุณครูให้ความสำคัญ เพราะเด็กๆ จะต้องทำกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหาร การวาดรูปเขียนรูป การเขียนหนังสือต่างๆ หรือกระทั่งการปั้นแป้งโดว์ หรือดินน้ำมัน เรื่องพวกนี้ถ้าปล่อยให้ทางคุณครูสอนแต่ฝ่ายเดียว พัฒนาการของเด็กก็จะช้า เพราะใช้เวลาน้อยกว่าคนอื่นเขา ที่บ้านเองก็เริ่มฝึกโมโม่เรื่องการหยิบจับช้อน ตักกินเอง เป็นประจำ แต่เรื่องการจับดินสอยังไม่ค่อยถนัดนัก ก็ยังคงต้องพยายามกันต่อไป

ด่านที่สำคัญด่านสุดท้ายก็คือ การควบคุมอารมณ์ อดทน อดกลั้นต่อสิ่งเย้ายวน เช่นของเล่นต่างๆ รอบตัว สงบนิ่ง เพื่อรอ หรือทำกิจกรรม พื้นฐานนี้คุณครูค่อนข้างเน้น เพราะการที่จะให้เด็กๆ ทำกิจกรรมต่างๆ จำเป็นต้องให้เด็กๆ ฟังให้เข้าใจก่อนลงมือทำกิจกรรม  อันนี้น่าจะยากนะ เพราะโมโม่ค่อนข้างพลังล้นเหลือ อยู่ไม่สุข เจอของเล่นเป็นอันวิ่งเข้าใส่ ใครไปขัดหรือห้ามเป็นต้องเจอเสียงกรี๊ด แหลมๆ เล็กๆ ของหนู จนไม่กล้าเข้าไปยุ่งด้วยก็หวังว่าคุณครูจะทนไหวนะคะ

สรุปว่า

พอลิสต์ออกมาแล้ว แม่แหม่มก็เห็นภาพลางๆ แล้วล่ะว่า ความพร้อมของลูกวัยอนุบาลจะเป็นเรื่องของ EQ มากกว่า IQ คือเป็นการให้เด็กปรับตัวปรับอารมณ์ มากกว่าที่จะเน้นเรื่องของสติปัญญา ที่ทางโรงเรียนจะค่อยๆสอดแทรกมาให้ควบคู่ไปกับกิจกรรมหลากหลายที่รออยู่ ส่วนทางด้านร่างกายนั้นคิดว่า เด็กๆ เองก็พร้อมมาจากบ้านพอสมควรแล้ว ที่เหลือก็แค่พัฒนาการต่อยอด ดังนั้นเหล่าแม่ๆที่ต้องเตรียมตัวลูกเข้าเรียน ก็อย่าลืมสรรหากิจกรรมเสริมสร้าง EQ ให้ลูกๆนะคะ แล้วก็เตรียมตัวต่อมน้ำตาแตก ในวันส่งลูกเข้าเรียนวันแรก อันนี้ต้องเตรียมตัวเองรับมือกับเสียงร้องกระจองอแงของคุณลูกๆ แต่ก็ไม่นานเสียงร้องไห้นั้นก็จะกลายเป็นเสียงหัวเราะเบิกบาน สนุกสนานกับเพื่อนๆ ของเด็กๆ ใช่มั้ยคะ

Momo eating noodle MaM
Last modified onTuesday, 11 August 2015 23:47
(3 votes)
Read 5854 times