ไปเป็นชาวเกาะยกแก๊งค์

ดูเหมือนจะเป็นธรรมเนียมไปซะแล้วว่า ถ้าปิดเทอมใหญ่ต้องพาเด็กๆ ไปเที่ยวทะเล ครั้งนี้เลยพาไปเป็นชาวเกาะดีกว่า แต่เป็นเกาะเสม็ดใกล้ๆนี่ละกัน 

ห่างหายจากเกาะเสม็ดร่วมหกเจ็ดปีแล้ว ครั้งหลังสุดที่มาก็ตอนมามิ 2 ขวบเองละมั้ง เรามากันที่อ่าวปะการัง พักที่นิมานรดี จำได้ว่าทะเลสวย น้ำใส แต่ไม่ได้เล่นเลย มัวแต่เล่นทรายกับมามิ เลยจำไม่ได้ว่าทะเลเล่นได้หรือเปล่า

พามาคราวนี้ มามิโตแล้ว โมโม่ก็ชอบเล่นน้ำ เลยพาเล่นน้ำทะเล ผลปรากฏว่ามีแต่ก้อนหิน กับซากปะการัง เดินแล้วเจ็บเท้ามาก มีจุดที่เป็นเนินทรายอยู่หย่อมนึง ซึ่งต้องเดินฝ่าดงหินระยะทางหลายสิบเมตรจนเท้าระบมไปหมด

เลยใช้เวลาอยู่กับหาดทรายเป็นส่วนใหญ่ กินๆ นอนๆ อยู่บนหาด 

อ่าวปะการังเป็นอ่าวเล็กๆ อยู่ปลายเกาะเสม็ด สามารถดูพระอาทิตย์ขึ้นได้ที่หน้าหาด และเดินไปดูพระอาทิตย์ตกได้ที่ปลายแหลมของเกาะเสม็ด

ตรงนี้น่าจะเป็นจุดเด่นของอ่าวปะการังนี้ แต่ด้วยความที่หาดทราย ไม่ค่อยกว้างขวาง บวกกับมีแต่กรวด กับซากปะการังเต็มหาด ก็เลยไม่ค่อยนิยมกันในหมู่คนไทย เลยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ พักเป็นประจำ พอทัวร์ไทยลง ฝรั่งก็หาย พอทัวร์ไทยกลับ ฝรั่งก็มา เป็นปกติของที่นี่

ถ้าถามว่าเหมาะกับการพักผ่อนสำหรับครอบครัวมั้ย ก็พอถูไถไปได้นะ เสียแต่เรื่องอาหารการกินต้องฝากท้องกับทางรีสอร์ท หาของกินอย่างอื่นไม่ได้เลย ราคาก็สูงอยู่ เรื่องที่จะนั่งรถไปกินที่หาดอื่นลืมไปได้เลย เพราะค่ารถขาไปคงไม่เท่าไหร่ แต่ขากลับมาที่รีสอร์ทต้องเหมารถกลับ แพงเอาเรื่องอยู่ ถ้ามาจากท่าเรือก็ 700 บาท ถ้ามาจากหาดอื่นๆ ก็แล้วแต่ตกลงกัน ทำให้ได้แต่นั่งเล่น นอนเล่นที่รีสอร์ทดีกว่า

ด้วยความที่อยู่ที่รีสอร์ททั้งวัน ก็เลยได้แต่ชมนก ชมไม้ ดูทะเล พายเรือ ดำน้ำ เรียกว่าได้มาเที่ยวกันจริงๆ ไม่ว่อกแว่กไปหลงแสงสีที่หาดทรายแก้ว เหมือนเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติมากๆเลย รู้สึกคุ้มค่าการพักผ่อน

ดังนั้น ถ้าใครจะมาที่นี่ก็เตรียมใจไว้เลยว่า ได้สัมผัสธรรมชาติแบบเน้นๆ แน่ๆ

Last modified onSaturday, 19 May 2018 15:04
(0 votes)
Read 2987 times