สวนผึ้งราชบุรี วันธรรมดาที่ไม่ธรรมดา

ไม่อยากจะบอกว่า เป็นทริปเพื่อใช้ Voucher ที่ซื้อจากงานไทยเที่ยวไทย อีกครั้งหนึ่ง เวลาซื้อไม่คิดว่าจะมีเวลาเที่ยวมั้ย สุดท้าย Voucher จะหมดอายุ ก็ต้องร้อนรน รีบเอามาใช้กัน

จากเดิมแพลนว่าจะเที่ยวช่วงปีใหม่ แต่ที่พักเต็มหมด ฟังแล้วรู้สึกว่าที่นี่ต้อง Hot !!! มาก สมกับชื่อ "ธารน้ำร้อนบ่อคลึง" ก็เลยคิดว่าไม่เป็นไร เที่ยวช่วงวันเด็กผสมกับวันครูก็ได้ เนียนๆหยุดยาวไปเลย พอโทรจอง คนรับรีบรับจองจนออกนอกหน้า เราก็เอ๊ะ !!! ตอนปีใหม่ยัง Hot!!! อยู่เลย แต่ไม่เป็นไร ยังไงก็จะไปอยู่แล้ว 

พอไปถึงเห็นที่พัก เห็นบรรยากาศของบรรดาทัวร์ที่มาเที่ยวธารน้ำร้อน ซึ่งอยู่ติดกับที่พักของเรา ในใจก็คิดว่า ซวยล่ะสิ เหมือนยกฉิ่งฉับทัวร์มาบรรเลงหน้าบ้าน คนเยอะขวักไขว่ บ่อน้ำร้อนมีแต่...คน..คน..คน.. แต่ก็คิดว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้ก็คงไม่เหลือใครแล้ว เพราะเรามากันวันอาทิตย์ วันจันทร์คงไม่มีใครมาเที่ยวกันหรอก มาถึงแล้วลองเดินเที่ยวดูก่อนละกัน เดินไปจนถึงจุดกำเนิดธารน้ำร้อน ถึงค่อยสงบหน่อยนึง

แต่ได้ไม่นานหรอก เดี๋ยวคนก็ตามมาแล้ว เลยบอกกับมามิว่า งั้นเราไปเล่นบ่อน้ำร้อนในห้องกันดีกว่า ยังไงเด็กๆก็ยังสนุกกันได้ เพราะได้บ่อน้ำร้อนในห้อง เล่นน้ำไป สนุกกันไป จนถึงเวลากินข้าว อันนี้สิปวดหัวละ ทำไงดีจะกินกันที่ไหน 

ลองเปิดแอพต่างๆ ที่มีในมือถือ ต่างชี้เป้ามาที่ "ครัวไปกันใหญ่" แต่ขับไปถึงปรากฏว่าปิด อ้าว...ทำไงดี ไปกันต่อเลยไม่ต้องคิดมากเดี่ยวยิ่งดึกจะหาที่กินไม่ได้อีก เลยไปอีกนิด เจอร้าน Feel Pizza

เสี่ยงดวงละกันอร่อยหรือเปล่าไม่รู้ รู้แต่ว่า มามิกินพิซซ่าได้ ส่วนโมโม่ขอข้าวไข่เจียวก็โอเคแล้ว แต่เป็นอะไรที่ผิดคาดมาก ทั้งหมด Happy สุดๆ

อาหารอร่อย พิซซ่า อร่อยใช้ได้ สปาเก็ตตี้ทะเลพริกเผาของแม่ ที่เหมือนผัดฉ่ามากกว่า เผ็ดแซ่บสะใจทั้งปริมาณ และคุณภาพ แถมราคาไม่แพง ส่วนสเต็กซี่โครงหมูของป๊า ที่มาใหญ่มาก เนื้อนุ่มละลายในปาก กินกับซอสบาร์บีคิวรสชาตกลางๆ ไม่จัดจ้าน ได้รสซี่โครงกำลังดี แถมด้วยเฟรนช์ฟรายที่กรอบนอกนุ่มใน จะเด็กหรือผู้ใหญ่ก็ชอบได้เคี้ยวไม่เบื่อ อ้อ ที่เซอร์ไพร้ส์อีกอย่างคือไส้กรอก ที่อร่อยมากมีหลายแบบให้เลือก ขนาดมามิที่ไม่ค่อยชอบไส้กรอก ยังแย่งโมโม่กินจนเกือบทะเลาะกันอีกแน่ะ คือเรียกง่ายๆว่า ดีไปหมด คืนนั้นกินกันพุงกาง ค่าอาหารหกร้อยกว่าบาท ถูกจนตกใจ แบบนี้เดี๋ยวพรุ่งนี้มาซ้ำอีกดีกว่า คืนนั้นกลับที่พักกันอย่าง Happy ถ้วนหน้า

ว่าแต่ที่พักของเรา มีแต่เราเพียงห้องเดียวจริงๆหรือ คำตอบคือใช่แล้ว พอตกกลางคืนคือเงียบสนิท ไม่มีใครจริงๆ เป็นประสบการณ์ใหม่จริงๆ ไม่เคยไปพักที่ไหนแล้ววังเวงขนาดนี้เลย แต่เห็นที่พักแล้ววังเวงใจดีแท้ นี่เรากลายเป็นเจ้าของรีสอร์ทไปแล้ว ไม่มีคนอื่นอีกแล้วเหรอ มีแต่เรากับแม่บ้าน ที่คอยดูแลที่พักเหรอ แล้วพรุ่งนี้เช้าจะเป็นยังไงหนอ

เช้าวันจันทร์ เด็กๆ ตื่นแต่เช้าเหมือนเดิม เราก็ได้แต่คิดว่า แล้วอาหารเช้าของเราล่ะ ลองแว่บไปส่องดู ห้องกินข้าวก็ยังปิดอยู่ แล้วก็ไม่มีใครให้ถามได้ แปดโมงกว่าก็แล้ว ห้องกินข้าวก็ยังปิดเงียบ ทำไงล่ะ รอ...สิ รอจนแม่บ้านโผล่มาจากห้องพัก แล้วถามว่าจะทานข้าวเช้าเหรอคะ เดี๋ยวทอดไข่ให้ค่ะ เอากี่ใบคะ โมโม่ได้ที ขอสี่ใบรวด แม่บ้านก็ใจดี เห็นเราพักอยู่ห้องเดียว ก็เอาใจเต็มที่ เฮ้อ...รอดไปอีกมื้อ ข้อดีของการมาเที่ยววันธรรมดาคือ เราไม่ต้องแย่งกิน แย่งเที่ยวกับใคร แต่มันก็ออกจะเหงาๆหน่อย แต่ครั้งนี้มันเหงาเกิ๊น...  ร้านค้ารอบๆรีสอร์ท ที่เมื่อวานนี้ยังคึกคัก กลายเป็นปิดเงียบ เป็นที่รกร้าง อย่างนี้เลยไม่ลังเลที่จะออกไปเที่ยวข้างนอกกัน

จุดหมายแรกคือ ข้าวเที่ยง แป๊ปเดียวเที่ยงละ ต้องเติมพลังกันก่อน คราวนี้ลองเสิร์ชดูกูเกิ้ล ไปเจอ"ครัวม่อนไข่" หน้าตาน่าสนใจ เมนูอาหารก็ดี เลยลองไปกัน เจอคณะทัวร์กำลังกลับกัน นับว่าเป็นโชคดี เพราะถ้าป๊ะกันเวลาเดียวกัน คงต้องรออาหารหน้ามืดแหงๆ ที่น่าดีใจคือที่นี่มีสนามเด็กเล่น ทำให้เด็กๆมีอะไรทำระหว่างรออาหาร

แต่จริงๆ ก็รอไม่นานเลย ห้านาทีถึงหรือเปล่าก็ไม่รู้ สั่งปุ๊ปแทบจะได้ปั๊ป รสชาติอาหารดี ออกไปทางหวานนิดหน่อย แต่ไม่ได้เป็นพิษเป็นภัยกับใคร เด็กๆกินกันอร่อย โดยเฉพาะโมโม่ จองไข่เจียวซาละเปาคนเดียว มาเป็นก้อนน่ากินเชียว

กินเสร็จก็ให้เด็กๆได้ปล่อยพลังกันทีสนามเด็กเล่น อยู่กันจนเกือบสองชั่วโมง ถึงจะได้เคลื่อนตัวออกจากร้านไปยังฟาร์มแกะ Scenery เด็กๆ ตาค้างกับฝูงแกะที่ตามมาขออาหาร ล้อมหน้าล้อมหลังจนแทบกระดิกตัวไม่ได้ อาจจะเพราะมาวันธรรมดา คนน้อย อาหารก็น้อย พอใครมาให้อาหารก็เลยเฮละโลล้อมวงแทบจะขี่กันเลยทีเดียว

สนุกกันพอหอมปากหอมคอ ก็ชวนกันกลับไปเล่นน้ำต่อที่ในห้องดีกว่า จะได้สดชื่น 

ถึงที่พักเราก็แอบลุ้นนะว่า คืนนี้เราจะเป็นเจ้าของรีสอร์ทอีกหรือเปล่า ปรากฏว่ามีคนเช็คอินเข้ามาอีกสามห้อง เออค่อยอุ่นใจขึ้นหน่อย ลองถามมามิว่า จะเล่นน้ำในสระ หรือจะเล่นน้ำในห้อง

มามิไม่ลังเลขอเล่นในห้องละกัน ก็เลยเล่นน้ำกันพอตัวเปื่อยก็มืดอีกแล้ว ต้องออกมาหาอะไรกินกันอีก คืนนี้คิดแล้วว่า "Feel Pizza" ที่เดิมดีกว่าขี้เกียจวัดดวงอีกแล้ว อาหารรวดเร็วเหมือนเดิม อร่อยเหมือนเดิม ไม่แพงเหมือนเดิม

แต่ที่เพิ่มเข้ามาคือมีแมวให้เล่นด้วย โมโม่ชอบใจ เล่นไม่หยุด แทบจะอุ้มกลับบ้านเลยทีเดียว อิ่มแล้วก็พากันกลับที่พักดีกว่า เก็บแรงไว้เที่ยวต่อวันพรุ่งนี้

เช้าวันอังคารอาหารเช้ามาอย่างไว อาจเป็นเพราะมีแขกหลายคน แม่บ้านเลยตื่นไวหน่อย เราก็รีบไปหาอะไรกินกันเพื่อจะได้ไปเที่ยว"น้ำตกเก้าโจน หรือน้ำตกเก้าชั้น"กัน

อยู่ไม่ห่างจากที่พักเลย แค่กิโลเดียวถึงแล้ว เดินไปที่ชั้นแรกไม่ถึง 200 เมตร น้ำไหลแรงจนเด็กๆอยากเล่นน้ำ แต่บอกเด็กๆว่าอย่าเลยเดี๋ยวก็ต้องขับรถกลับบ้านแล้ว ตัวเปียกๆจะไม่สบายเอา เที่ยวดูเฉยๆก็พอ ว่าแล้วก็ไปชั้นที่สองอีก 100 เมตร ชั้นสามอีก 1400 เมตร ชั้นสี่ 800 เมตร พอถึงชั้นห้า เหมือนเขาปิดทางไม่ให้ผ่าน เราก็เลยไม่ดันทุรัง

ถ่ายรูปเสร็จ ก็ลงมาหาอะไรกินแถวนั้น กินแบบพอประทังชีวิตขนาดอย่างนี้ยังเจอค่าอาหารเจ็ดร้อยกว่าบาท อื้อหือ จะเทศกาลหรือไม่เทศกาล คนเราถ้าสบช่องจะฉวยโอกาสยังไงก็จะทำ ช่างมันดีกว่า คิดมากจะเสียอรรถรสในการเที่ยว ไหนๆก็จะกลับบ้านอยู่แล้ว 

ก่อนกลับก็เลยขอแวะโรงงานโอ่ง "เถ้าฮงไถ่" ซะหน่อย ภายในเล็กๆ มีมุมเก๋ๆให้ถ่ายรูปกันพอประมาณ แถมด้วยร้านกาแฟ ให้นั่งชิลกันได้ แต่อากาศร้อนเกินกว่าจะชิลล

โมโม่งี้หน้าหงิกตลอด เลยขอแวะไม่นาน ก็ต้องกลับกันดีกว่า 

จบทริปนี้ด้วยความรู้สึกว่า อะไรที่เราไม่คาดหวัง มักจะลงเอยด้วยความรู้สึกดีๆ เที่ยวราชบุรีวันธรรมดาก็เลยรู้สึกว่ามันไม่ธรรมดา ดีจังตังค์ไม่หล่น ไว้มาเที่ยวกันอีกจ้า

Last modified onWednesday, 04 March 2020 14:42
(0 votes)
Read 3747 times