กระบี่ ความทรงจำอันเจ็บปวดของโมโม่

Featured

ปีที่แล้วถือว่าได้เที่ยวเยอะนะ (สองครั้งต่อปี ถือว่าเยอะแล้ว) ได้ไปเที่ยวถึงกระบี่เลยเชียว ที่แพลนเอาไว้ก็กะจะเป็นทริปแบบชิล ชิล ค่อยๆขับรถไป ถึงกระบี่พักคืนนึง แล้วไปต่อเกาะลันตา น่าจะแฮปปี้เอ็นดิ้ง แต่แล้วก็มีเหตุไม่คาดฝันให้โมโม่ได้จดจำไปอีกนาน (หรือลืมไปแล้วก็ไม่รู้)

จุดชมวิว ถ่ายรูปกับปู

การเดินทางเริ่มจาก กทม.ไปพักที่หัวหินหนึ่งคืน แล้วค่อยขับรถจากหัวหินตอนกลางคืน เพื่อไปถึงกระบี่ตอนเช้ากัน จะได้มีเวลาช่วงเช้าไปเที่ยวตามจุดชมวิว ดูสุสานหอย นั่งเรือไปเกาะต่างๆ อาจจะดำน้ำดูปะการังกัน ให้เด็กๆหัดดำน้ำ หัดใช้ snorkle กัน ได้มีกิจกรรมอะไรแปลกใหม่เกิดขึ้นในชีวิตบ้าง

ท่าเรือขนาบน้ำ

สุสานหอย

จนมาถึงโปรแกรมนั่งเรือชมเกาะต่างๆ ที่ค่อนข้างทุลักทุเล เพราะทัวร์จีนเยอะมาก จนทุกอย่างวุ่นวายทั้งเรื่องใช้ห้องน้ำ จองเรือ คอยเรือ กว่าจะได้เรือ เปลี่ยนชุดกัน ก็สายมากเกือบเที่ยง ถึงได้เวลาขึ้นเรือกัน แต่เหมือนวันนั้นคลื่นลมจะไม่เป็นใจซักเท่าไหร่ ลมแรง คลื่นแรง จนจะดำน้ำดูปะการังก็แสนจะลำบาก ครั้นจะขึ้นเกาะ เล่นทะเล เล่นทรายขาวๆ ก็เจอกับกองทัพทัวร์จีนยกพลขึ้นจับจองพื้นที่ทุกตารางนิ้วของเกาะ ทุกคนได้แต่ทำใจเพราะทำอะไรไม่ได้แล้ว

หลบมุมนักท่องเที่ยว

จนกระทั่งถึงเกาะสุดท้ายเพื่อดูทะเลแหวก ปรากฏว่าเมฆฝนตั้งเค้ามาแล้ว ฟ้าแลบ ฟ้าผ่า เห็นลิบๆอยู่กลางทะเล จนลมแรงขึ้น ทุกคนเลยรีบแจ้นกลับขึ้นเรือ แต่เวรกรรมทำกันได้ ดันเป็นช่วงน้ำลง เรือต้องจอดรออยู่กลางทะเล เราต้องเดินลุยเพื่อไปขึ้นเรือ ส่วนคนเรือก็มองมาที่เราอย่างเอาใจช่วยอย่างเดียว โดยไม่บอกซักคำว่าหอยเม่นเยอะมากให้เดินระวังกันหน่อย ทั้งสัมภาระ ทั้งเด็กเล็ก คนเรือได้แต่ส่งกำลังใจ ไม่คิดจะช่วยขับเรือเข้ามาเทียบให้ใกล้ หรือแม้แต่จะช่วยรับของให้ มึงจะชิลไปไหน!!!

ก่อนจะผจญกับดงหอยเม่น

แล้วก็เป็นไปตามคาด หอยเม่นเยอะขนาดนี้ คลื่นก็แรง เดินกันเท้าเปล่า ไม่รอดแน่นอน โดนหอยเม่นคนละตัว สองตัว หนักสุดรู้สึกจะห้าตัว ส่วนมามิใช้ลอยตัว เลยไม่โดน แต่โมโม่ไม่ยอมลอยตัว โดนไปสองตัวเต็ม ไม่โต๊ด ไม่วิ่ง ร้องไห้จ้าเลยย ทุกคนรีบกูเกิ้ลหาวิธีปฐมพยาบาลกับแก้พิษหอยเม่น แต่ก่อนอื่นต้องทุบหนามหอยเม่นให้แตกก่อน เพื่อให้หายปวด จากนั้นแช่เท้าด้วยน้ำร้อน หรือใช้ผ้าชุบน้ำส้มสายชูก็ได้ประคบไว้ ถ้าปวดมาก็กินพาราแก้ปวดได้จ้า คนโตโดนเข้าไปยังเจ็บ นี่เด็กน้อยอย่างโมโม่ก็เลยหงอย ได้แต่บ่นว่าหนูเกลียดหอยเม่น 

ขึ้นจากเรือเลยรีบไปหายาพารากินกัน พอได้ยาอาการปวดก็จางลง เลยหาที่พักที่กระบี่นอนคืนนึง เป็นบ้านพูลวิลล่า มีสระน้ำให้เล่น เก็บของเสร็จก็นึกว่าโมโม่จะนอนพัก ที่ไหนได้ แจ้นไปโดดน้ำสระเสียแล้ว ถามว่าหายเจ็บแล้วเหรอ โมโม่ว่ายังเจ็บอยู่แต่ทนได้ เห้อ...ความซนไม่เคยรอใครได้ ลืมความเจ็บซะแล้ว

เช้าอีกวัน รีบเช็คเอาท์ออก เพื่อที่จะไปสระมรกตกัน ไปกันเช้าหน่อยเพื่อจะหลบกรุ๊ปทัวร์ ซึ่งก็ได้ผลนะ คนน้อย มีแต่คนถิ่นพาเพื่อนมาเที่ยวกัน ปริมาณพอรับได้ เด็กๆ ได้เล่นน้ำกันพอประมาณ ส่วนใหญ่จะเป็นการแช่น้ำซะมากกว่า เพราะอากาศร้อนมากจริงๆ

ได้เวลาแล้วต้องรีบเดินทางไปขึ้นเรือที่ท่าเรือเฟอรี่ เกาะลันตา อ้อ ท่าเรือที่นี่จุดซื้อตั๋วกับจุดรอขึ้นเรืออยู่คนละที่นะ จุดขายตั๋วจะขับผ่านก่อน ต้องแวะซื้อให้เรียบร้อยก่อน ส่วนท่าเทียบเรือไม่มีตั๋วขาย เราพลาดไม่ได้ซื้อตั๋ว เลยต้องวนรถกลับไปซื้อตั๋ว เลยต้องรอเรืออีกเที่ยว เรือที่นี่ค่อนข้างเล็กนะ แต่ยังดีรอไม่นาน ประมาณครึ่งชั่วโมง ถึง 45 นาทีเอง ใช่้เวลานั่งเรืออีก 45 นาที เกาะลันตามีสองเกาะเชื่อมกันด้วยสะพาน ถนนบนเกาะก็ขับง่ายไม่หวาดเสียว

ที่พักของเราชื่อ Lanta Sand Resort and Spa อยู่บนเกาะลันตาใหญ่ หาดพระแอะ (Long Beach) มีหาดทรายขาว เดินเล่นเพลินเลย เพราะยาวสมชื่อ ลองบีช แต่คลื่นทะเลค่อนข้างแรง จนโต้คลื่นได้เลยมั้งเนี่ย เบื่อหาดก็มาเล่นน้ำสระกันก็ได้ ที่พักแบบ Pool Access ก็ดีตรงเปิดประตูหลังห้องมาก็โดดลงน้ำได้เลย สบายตัว เด็กๆ ร่าเริงกันได้เต็มที่ เล่นน้ำจนมืดจนค่ำก็ไม่เป็นไร เพราะสระไม่ลึกมาก ตกเย็นขับรถไปซื้ออาหารมากินกันในที่พัก เพราะเด็กๆจะเล่นน้ำกันไม่หยุด ไม่สนเรื่องเวลากัน งั้นก็ต้องซื้อเข้ามากินกันง่ายๆก่อนละกัน ตกลงคืนนั้นจบลงด้วยส้มตำไก่ย่างข้าวเหนียว พออิ่มก็นอน

เช้ามาคงจะหิวกันเพราะเมื่อคืนเล่นน้ำหนักมาก เลยเต็มที่กับบุฟเฟต์ เสร็จแล้วก็เล่นน้ำทั้งน้ำสระ น้ำทะเล เพราะไม่รู้จะไปไหนกัน เล่นกันจนตัวเปื่อย ตัวดำ ให้หายคิดถึงทะเล ถึงคลื่นจะแรงแต่ก็ยังพอเล่นได้ในบางช่วงเวลา วันเวลาผ่านไปเร็วมาก แป๊ปๆหมดวัน ตกค่ำหาข้าวเย็นกินกัน เนื่องจากไม่ได้มีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับที่นี่เลยต้องพึ่ง Goolgle Map เป็นส่วนใหญ่ ประมาณว่าแนะนำที่ไหนก็ไปที่นั่นแหละ ไม่คิดมากแล้ว อร่อยบ้าง ไม่อร่อยบ้าง มื้อเย็นที่นี่เหมือนจะเป็นร้านเล็กๆ ราคารสชาติกลางๆ เลยจำชื่อร้านไม่ได้จริงๆ เลยอยากจะฝากบอกคนที่เปิดร้านอาหารให้ช่วยกันปักหมุดลงใน Google Map ด้วย เวลาขับผ่านมันจะขึ้นแนะนำให้ ซึ่งเป็นประโยชน์กับนักท่องเที่ยวและร้านอาหารเองด้วย 

เช้าวันกลับไม่อยากจะกลับเลย เหมือนเพิ่งมาถึงเอง อยากอยู่ต่ออีกหลายๆวัน แต่คงไม่ไหวตังค์หมดแล้ว ขากลับรอเรือนานหน่อย เพราะตรงกับวันหยุดยาว ทำให้รถค่อนข้างเยอะคิวจากเกาะไปฝั่งเลยยาวนิดนึง แต่คิวจากฝั่งมาเกาะนั้น ยาวมากกกกกกก คันสุดท้ายอยู่เลยจุดซื้อตั๋วอีก นั่นมันเกือบสองกิโลเลยนะ แสดงว่าที่นี่ช่วงวันหยุดก็ฮ้อตไม่เบา ถึงฝั่งก็เลยแวะเข้ากระบี่หาข้าวเที่ยงกินกัน เป็นร้านขนมจีนโกจ้อย ก็ไม่ได้ดูจากไหนหรอก Google Map แนะนำมาก็เชื่อเขาไปหมด แต่ก็อร่อยดีนะ เสียอย่างเดียวต้องคอยดักไก่ทอดเพราะขึ้นมาปุ๊ปก็หมดปั๊ป ขายดีจริงๆ 

อิ่มกันดีแล้วก็ขับรถยาวๆ ไปจนกึงกรุงเทพฯ ทริปนี้ก็เป็นการเที่ยวที่ทำให้โมโม่จำทะเลกระบี่ไปอีกนาน แต่ภาพรวมก็สนุกได้ครบรส ได้เที่ยวทะเล ดำน้ำ ผจญกับแก๊งค์ทัวร์จีน (ที่ตอนนี้ใครๆก็คงคิดถึง) ถึงบ้านแล้วก็คงต้องพักยาวๆ เพราะตังค์หมด 555

 

Last modified onSaturday, 04 April 2020 16:24
(0 votes)
Read 601 times